25/06/2021

เว็บการ์ตูนออนไลน์ sugoi anime subthai

พบกับเว็บดูการ์ตูนออนไลน์ ดูอนิเมะออนไลน์ การ์ตูน อนิเมะ Anime อนิเมะพากย์ไทย อนิเมะซับไทย ตอนใหม่ล่าสุด ซับไทย พากย์ไทย subthai HD BD 1080p.

จอมขมังเวทย์ 2020 ภาคต่อที่คอย

จอมขมังเวทย์ ภาคแรกออกฉายในปี พุทธศักราช 2548 ผลงานการควบคุมของปิยะพันธ์ ยกเพ็ชร์นำแสดงโดยฉัตรชัย ส่งแสงพานิชรวมทั้งอัครา อมาตยกุล หนังแนวแอ็คชั่น ทริลเลอร์ที่ถือเอาความเชื่อถือทางไสยศาสตร์มารวมรวมกับหนังแนวสอบสวน กล่าวได้ว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ยังค้างอยู่ในความจำของแฟนหนังไทยจำนวนมาก

เกิดอะไรขึ้นในหนังภาคแรก

mark 1
ฤทธิ์ (ฉัตรชัย ส่งแสงพานิช) อดีตกาลนายตำรวจหน่วยพิเศษเคยจับฆาตกรที่มีความรู้ความเข้าใจเก่งทางเวทมนตร์คาถา หนังเหนียวฟันแทงไม่เข้ามานับไม่ถ้วน แต่ว่าตัวเขาเองกลับถูกลงโทษคดีวิสามัญฆาตกรจนถึงเปลี่ยนเป็นนักโทษถูกขังลืมอยู่ในตารางมืดแดนคุมขังพิเศษ
10 ปีผ่านไปฤทธิ์ได้หายตัวไปจากกรงขังแบบล่องหนได้ ทำให้พ.ท.ทศพล อดีตกาลเพื่อนฝูงนายตำรวจได้สั่งจับตายฤทธิ์ รวมทั้งมีคำบัญชามาถึงร้อยตรี สันติภาพ (อัครา อมาตยกุล) ให้ตามทำคดีนี้ แต่ว่าระหว่างตามหาตัวฤทธิ์ สันติภาพกลับพบแต่ว่าเหตุการณ์ประหลาดเกี่ยวกับเรื่องของคุณไสยมนต์ดำ อาทิการปลุกเสกตะปูเข้าท้อง ฆาตกรที่หนังเหนียวหนังเหนียว แต่ว่าไม่ว่าจะยากลำเค็ญเพียงใดสันติภาพก็ไม่หวาดกลัวรวมทั้งเป็นจริงเป็นจังที่จะจับกุมตัวฤทธิ์มาให้ได้ เมื่อเขารู้ตัวว่าตนเองบางครั้งก็อาจจะจำเป็นต้องประจันหน้ากับจอมขมังเวทย์ผู้ครอบครองเวทมนตร์คาถา หนทางเดียวที่จะสยบเขาให้ได้คือเป็นให้ “เหนือกว่าจอมขมังเวทย์”
จนถึงผู้ชมในยุคสมัยนั้นจำคำคมจากนักแสดงของฤทธิ์ได้ว่า “มึงอย่าบ้าเหมือนกูก็แล้วกัน” ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

เกิดอะไรบ้างใน จอมขมังเวทย์ 2020

mark 2
ท่ามกลางการสูญเสียครั้งใหญ่ของวิน(หมาก ปริญ) ผู้ชายผู้รอดพ้นจากความตายจากเหตุการณ์การฆ่าสังหารกลับจำเป็นต้องแปลงความเชื่อถือรวมทั้งเชื่อถือที่มีต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยมุ่งหน้าไปสู่ศาสตร์ลึกลับรวมทั้งเวทมนตร์คาถาเวทต่างๆเพื่อแสวงหารวมทั้งจัดการฆาตกรด้วยตัวเอง แต่ว่ายิ่งเขาแสวงหาตัวฆาตกรแค่ไหน เขาก็ยิ่งถลำลึกสู่ด้านมืดมากขึ้นทุกที จนถึงทำให้จำเป็นต้องเข้าไปพันพัวกับ “จอมขมังเวทในตำนาน” (นก ฉัตรชัย), “ผู้คลุ้มคลั่งพลังทำลายล้าง” (ก๊อต จิรายุ) รวมทั้ง “เจ้าลัทธิใหม่ที่สมัย” (นก สินจัย) ซึ่งล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมด้วยกันทั้งปวง นี่คือการเผชิญหน้ากันครั้งสำคัญ ที่มีเชื่อถือที่ตัวตนเป็นเดิมพันรวมทั้งเวทมนตร์คาถาปาฏิหาริย์เป็นตัวชี้ชะตา กำลังปะทุถึงขีดสูงสุด

นี่คือหนังภาคต่อ! ไม่ใช่รีเมค หรือรีบูต

mark 3
สำหรับเพศผู้กำกับต้อม-ปิยะประเภท ยกเพ็ชร์ ที่กำกับหนังภาคแรก ได้บอกว่าจอมขมังเวทย์ 2020 ไม่ใช่หนังรีเมค ไม่ใช่หนังย้อนอดีต เป็นหนังต่อภาคอย่างแท้จริง ซึ่งเขาได้รับจังหวะสำหรับเพื่อการกลับมาสร้างเรื่องราวในโลกเวทมนตร์คาถาอีกครั้งโดยตกผลึกเรื่องราวความเชื่อถือ ความนับถือ รวมทั้งมุมมองทางสังคมในแต่ละสมัยที่ส่งต่อรวมทั้งเชื่อมโยงถึงกันมาใส่ไว้ด้านในบทภาพยนตร์
ในมุมมองที่น่าดึงดูดของเพศผู้กำกับที่สะท้อนออกมาว่า “ภาคต่อกับขณะ” นับว่าเป็นแนวความคิดที่สำคัญไม่น้อย เพราะตอนนี้แนวความคิดหัวข้อการต่อสู้ระหว่างคุณงามความดีกับความต่ำช้านั้น มุมมองของมนุษย์ก็เริ่มมีความแตกต่างมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีบทบาทกับความนึกคิด ความเชื่อถือรวมทั้งความนับถือของมนุษย์จึงเปลี่ยนไปตามเวลา ผู้กำกับจึงเริ่มตั้งข้อซักถามที่ว่า “ยุคนี้เขาเชื่อถืออะไรรวมทั้งสมัยก่อนเชื่อถืออะไร” จนถึงเขาได้ไอเดียที่ว่าด้วยความแตกต่างระหว่างความเชื่อถือของคนต่างยุคสมัยเอามาสู่หลักสำคัญอะไรได้บ้าง
“ความนึกคิดของการเผชิญหน้ากันเรื่องความเชื่อถือของตน บางสิ่งบางอย่างเรามีความรู้สึกว่ามันโง่เขลา แต่ว่าจริงๆแล้วมันอยู่ใกล้ๆรอบตัวเราหมดเลย เราห้อยพระ เราไปไหว้พระ เพื่อให้เราคิดว่าเรามีกำลัง เรามีเชื่อถือในตนเองขึ้น อดีตสมัยเราไปบูชา แต่ว่าในปัจจุบันมันเป็นเรื่องจิตวิญญาณ เรื่องพลังจิต เรื่องพลังจักรวาลอะไรอย่างนี้ อันนี้คือคอนเซปต์ที่เราพูดถึงความเชื่อถือของคนสองสมัยมาเจอะกัน เราจะเชื่ออะไรมากกว่ากัน ซึ่งมันก็จะเกิดเรื่องราวรวมทั้งแนวทางการของจอมขมังเวทแต่ละคนที่จะใช้ศาสตร์เวทมนตร์คาถา เวทมนตร์ ไสยศาสตร์ต่างๆมาต่อสู้กันตามความเชื่อถือรวมทั้งเชื่อถือของแต่ละคนเอง” ต้อม-ปิยะประเภท ยกเพ็ชร์ กล่าว

เพราะอะไรจำเป็นต้องใช้ดาราเบอร์ใหญ่ขนาดนี้
“จอมขมังเวทย์ 2020” เป็นการก้าวเข้าสู่โลกเวทมนตร์คาถาครั้งใหม่รวมทั้งประจันหน้าครั้งยิ่งใหญ่ของ “เหล่าจอมขมังเวท” หลากหลายคาแร็กเตอร์เช่นนี้ “ความขลังทางการแสดง” จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ผู้กำกับจำเป็นต้องโฟกัสเป็นพิเศษไม่แพ้ด้านอื่นๆรวมทั้งได้เลือกสรร “ทีมดาราขมังเวท” ซึ่งทีมงานตัดสินใจใช้ดาราระดับแถวหน้าของแวดวงหรรษาไทย ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นจอหนังใหญ่ทีแรกของ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ การกลับมารับบทบาทเดิมจากภาคที่แล้วของนก-ฉัตรชัย ส่งแสงพานิช ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล กับบทคนหนุ่มที่เผลอไผลในศาสตร์มืด นก-สินจัย เปล่งพานิช กับการคืนจอใหญ่ในบทเจ้าแม่ลัทธิ! รวมไปถึงดาราเลือดใหม่อาทิ คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล รวมทั้ง แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา โดยเหตุผลสำคัญที่สุดสำหรับเพื่อการใช้ศิลปินเบอร์เต็งขนาดนี้ก็เพราะว่า หนังอยากฝีมือทางด้านการแสดงที่จะจำเป็นต้องบาดใจอารมณ์กัน เพราะทุกนักแสดงมีความซับซ้อน น่าหลงใหลรวมทั้งเป็นตัวละครที่มีความทะยานอยากทุกตัว
นอกเหนือจากดาราเบอร์ใหญ่แล้ว งานเคล็ดวิธีพิเศษรวมทั้งฉากแอ็คชั่นในหนังประเด็นนี้จัดเต็มรวมทั้งอัดแน่นไม่แพ้กัน ซึ่งบรรดาฉากต่อสู้ปลดปล่อยพลังทางไสยเวทย์นั้น กล่าวได้ว่าเป็นฉากที่ผู้ชมหนังไทยในปี 2019 จะต้องจำอย่างแน่แท้!