10/08/2022

เว็บการ์ตูนออนไลน์ sugoi anime subthai

พบกับเว็บดูการ์ตูนออนไลน์ ดูอนิเมะออนไลน์ การ์ตูน อนิเมะ Anime อนิเมะพากย์ไทย อนิเมะซับไทย ตอนใหม่ล่าสุด ซับไทย พากย์ไทย subthai HD BD 1080p.

35 หนังดีที่คู่ควรแก่การรับชม

หลายสิ่งหลายอย่างรอบตัวเราเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เราได้เห็นเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จากที่เราต้องเฝ้ารอชมภาพยนตร์สักเรื่องตามตารางฉายผ่านโทรทัศน์สู่ระบบสตรีมมิ่งที่ให้เราเลือกดูภาพยนตร์ได้ตามต้องการ การจากไปของม้วนวิดีโอ การก้าวข้ามขีดจำกัดของการชมภาพยนตร์ผ่านแผ่นวีซีดีและดีวีดีด้วยระบบสตรีมมิ่ง ถึงแม้หลายสิ่งจะเปลี่ยนแต่เราเชื่อมาโดยตลอดว่าไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแต่หนังดีจะยังคงคุณค่าของมันไม่ว่าจะชมเมื่อไรก็ตาม ด้วยความเชื่อเช่นนี้ HOLLYWOOD HDTV เพราะเราเชื่อว่าโลกใบนี้ยังมีหนังดีจำนวนมากรอให้คุณค้นพบและหยิบมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนรอบตัว

1.Iron Man โดย We Love Movie Club

Iron Man

ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่านี่เป็นหนังเปิดตัวซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยมีการสร้างมา ทั้งยังควบตำแหน่งหลักไมล์แรกที่สำคัญของอาณาจักรหนังซูเปอร์ฮีโร่ค่าย Marvel Studios บนจอภาพยนตร์อันยิ่งใหญ่ในขณะนี้ ผู้กำกับ Jon Favreau นำเสนอเรื่องราวของมหาเศรษฐีพันล้านที่ไม่ได้มีพลังดีเลิศ แม้กระนั้นเปลี่ยนมาเป็นฮีโร่ภายใต้ชุดเกราะเหล็กรายนี้ โดยใส่ใจในรายละเอียดต่างๆผสมกับสเปเชีบลเอฟเฟคขั้นเทวดาที่สร้างฉากแอคชั่นได้อย่างถึงใจกับอารมณ์ขันกวนๆที่ผสมกันพอดี โดยอีกส่วนประกอบที่ช่วยทำให้หนังไปถึงเป้าหมายก็อาจไม่พ้นการแสดงของ Robert Downey Jr. ที่สวมบท Tony Stark ได้ยียวนกวนโอ๊ยจำพวกได้โล่ จนถึงกลายเป็นหน้าที่ที่จะจำติดตาคนชอบดูหนังยุคใหม่ไปอีกนาน ทั้งนี่ก็บางครั้งก็อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นหนังที่เริ่มฉากแถมท้าย End Credits จนถึงเปลี่ยนมาเป็น ‘ธรรมเนียม’ ของหนังค่าย Marvel Studios ยุคนี้ไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วอีกด้วย

2.The Curious Case of Benjamin Button โดย วิจารณ์ภาพยนตร์

The Curious Case of Benjamin Button

หากแม้เหล่าแฟนหนังเดนตายของเดวิด ฟินเชอร์ จะบ่นอุบว่าหนังประเด็นนี้เสมือนไม่ใช่หนังของฟินเชอร์เองก็ตาม ด้วยเหตุว่าขาดเอกลักษณ์ในความนัวร์ ที่แสวงหาเข้าไปสู่จิตใจห้วงลึกของผู้แสดง เสมือนหนังหลายเรื่องของเขาที่ผ่านมา แม้กระนั้นหากปาดสายตาข้ามเอกลักษณ์ข้อนี้ไป หนังเรื่อง Benjamin Button ยังถูกจัดเป็นหน้าเป็นตาของฟินเชอร์ ที่ทำให้ออสการ์จำต้องหันมามอง โดยตัวหนังเข้าชิงออสการ์ไปอย่างเหลือล้นถึง 13 สาขา ด้วยเรื่องราวดุจเทพนิยายของเบนจามิน บัตตั้น ที่เกิดมาด้วยรูปลักษณ์เหี่ยวย่นคล้ายคนวัยแก่ ก่อนจะค่อยๆเด็กลง แม้กระนั้นเหนือสิ่งอื่นใดหนังมีโมเมนต์ความรักที่สำคัญมากๆระหว่าง เบนจามิน แล้วก็ ไดซี่ ซึ่งพลัดพรากจากกันตลอดทั้งเรื่อง อีกทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง จากการเติบโตที่สวนกัน ก่อนจะมีตอนหนึ่งของชีวิตที่ริ้วรอยแห่งวัยของคนทั้งคู่เดินทางมาบรรสิ้นสุดกันพอดิบพอดี แล้วก็โน่นเป็นตอนในตอนที่น่าจำ จนถึงกลายเป็นหนังตรึงใจได้อย่างง่ายๆเย็นเท่าไรนัก

3.Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ โดย STW Movie Style : Thailand

Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ

อย่างชื่อเรื่องของหนังนั่นแหละ ในทั้งสามตอนหนังเองมีตัวแทนของความรัก ความสุข แล้วก็ความทรงจำอยู่ในทุกๆตอน โดยไกล่เกลี่ยรูปทรงด้วยมุมมองของตอนวัยที่ไม่เหมือนกันออกไป ไล่เรียงไปตั้งแต่ตอนวัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงไปถึงวัยตอนปลายของชีวิตที่จำต้องดำรงชีวิตตามลำพัง เท่ากับว่าหนังเองกำลังเล่าราวก่อนที่จะเราจะสานสมาคมกับมนุษย์คนอื่น เวลาที่เราเริ่มจะสานสมาคม จนถึงวันหนึ่งที่เราสานเกี่ยวข้องกันมานานมาก แล้วก็ถึงเวลาที่เราจะศึกษาที่จะแยกทางกันไป ซึ่งจำต้องสารภาพว่าผู้กำกับอย่าง ‘มะผู้เดียว’ เองวางพล็อตเรื่องทั้งสามส่วนเอาไว้ได้อย่างดีมาก ซึ่งพอเล่าออกมาแล้วเราพบว่าหนังเองมันก็มีความเหมาะสมสำหรับการเล่าค่อนข้างมาก มันมีความอิ่มพอดิบพอดีของอารมณ์ แล้วก็เรื่องราว ก่อนที่จะหนังเรื่องต่อไปมันจะล้นจนถึงเกินงาม นี่จึงเป็นหนังที่เอ๋ยถึงความเชื่อมโยงของผู้คนในแม้กระนั้นล่ะตอนวัยได้อย่างดียิ่ง มันคือการเรียน แล้วก็รู้เรื่องชีวิตอย่างแท้จริง

4.Crimson Tide โดย Movie Navigator

Crimson Tide

ผลงานเรื่องเด่นของผู้กำกับ Tony Scott ที่จับเอา Denzel Washington มาพบกับ Gene Hackman ในเรือดำน้ำที่ปฏิบัติภารกิจในพักหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย แม้กระนั้นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกลายเป็นความขัดแย้งด้านในของฝ่ายเดียวคุ้นเคย หนังจำลองให้มองเห็นถึงอิทธิพลของความไม่รู้ที่ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัว แล้วจากนั้นมันจะแยกคนเป็น 2 ข้าง ด้วยการควบคุมที่เอาจริงเอาจังแล้วก็การเชือดเชือดบทอย่างเฉียบขาดของ 2 นักแสดงนำ ทำให้หนังเป็นความระทึกโดยไม่ต้องประเคนฉาก Action ใหญ่มหึมาแต่อย่างใด บทหนังบางส่วนถูกแก้ไขโดย Quentin Tarantino (แม้กระนั้นไม่ได้รับเครดิต) ใครที่เป็นแฟนตัวยงก็สามารถทดสอบความเป็นแฟนพันธ์แท้ได้ด้วยการกล่าวหาฉากไหนคือฉากที่ถูกแก้ไข (ถ้าไม่ลุ้นไปกับหนังจนถึงลืมไปซะก่อน) Crimson Tide

5.Ratatouille โดย โรงภาพยนตร์ที่ 3 ที่นั่ง E12

Ratatouille

คุณจะรู้สึกยังไงถ้าหากว่าวันหนึ่งได้รับรู้ว่าอาหารจานอร่อยจากร้านโปรดนั้นถูกแต่งตั้งขึ้นมาโดยสัตว์ตัวเล็กๆที่ว่ากันว่าแสนจะเลอะเทอะอย่าง “หนู”

แน่นอนว่าถ้าคุณไม่เคยดู Ratatouille มาก่อนเชื่อเถอะว่าเกือบจะร้อยทั้งร้อยย่อมจำต้องพากันไปฟ้องสคบ.รัวๆแล้วสั่งให้ทางการมาปิดร้านพร้อมแช่งชักหักกระดูกเถ้าแก่ไปเจ็ดแปดสารเลวแน่นอนหากว่าในความเป็นจริงแล้วอาหารที่ ”หนู” เหล่านี้ทำขึ่นมามันจะอร่อยล้ำแถมความจริงพวกมันก็บางครั้งก็อาจจะไม่ได้เลอะเทอะอย่างที่เราคิดกันด้วย

แล้วก็สิ่งพวกนั้นมันไม่ได้ต่างอะไรกับอคติในใจเราเลยครับ เมื่อเราตั้งท่าจะเกลียดใครหรืออะไรไปแล้ว มันเป็นได้ยากมากที่จะสารภาพเขาหรือสารภาพผลงานของเขา ไม่ว่ามันจะดีงามเพียงใดก็ตาม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าใครนั้นก็ต่างมีสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองแล้วก็มีสิ่งที่ตนเองทำได้ดีอยู่แม้ว่าจะเป็นคนที่ตัวเล็กหรือถูกเห็นว่าไม่น่ายกย่องแค่ไหนก็ตามแล้วก็บางทีสิ่งที่พวกเขาขาดอยู่ก็แค่เพียงแต่ ”โอกาส” แล้วก็สายตาที่ไม่มี “อคติ” ก็เพียงเท่านั้น

นอกจากคุณความดีในสารที่หนังสามารถสื่อได้อย่างโดดเด่นทะลุความเป็นอนิเมชั่นเด็กน้อยแล้วก็ความสวยงามด้านภาพที่เชิญชวนให้พุ่งไปซื้อตั๋วบินไปฝรั่งเศสมันเกือบจะในทันทีแล้ว Ratatouille เองก็ยังเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ช่วยซ้ำเติมให้ผมใส่ใจได้เสมอว่า Pixar ตอนพีคนี่มันเทวดาจริงๆให้ตายสิผับผ่า!

6.The Chaser โดย สัมพันธ์คนวิจารณ์หนังไม่เป็น

The Chaser

เป็นหนังสืบสวนไล่ล่าที่มีความเป็น Memories of Murder ผสม I Saw the Devil ที่นำเสนอได้อย่างลุ้นระทึกแล้วก็อึ้งไปกับฉากต่างๆที่เกาหลีสามารถหักหน้าผู้ชมได้จนถึงสามารถอุทานเป็นคำหยาบคายชนิดอีเชี่ยอีซัสได้ในฉากๆนั้น ซึ่งนอกเหนือจากการนำเสนอเรื่องราวได้อย่างลุ้นระทึกจนถึงติดเก้าอี้แล้ว นี่บางครั้งก็อาจจะเป็นหนังเกาหลีที่มีการพูดแล้วก็เล่าถึงหัวข้อด้านสังคมที่น่าดึงดูดอย่าง รูปแบบการทำงานของตำรวจเกาหลี (หรือทั่วโลก?) ที่มีการดำเนินงานได้อย่างโหลยโท่ย จนถึงโยงไปถึงความงั่งของนักการเมืองเอง ทำให้หนังสืบสวนธรรมดามีการนำเสนอแล้วก็วิพากษ์วิจารณ์สังคมได้อย่างไม่ธรรมดา จนถึงผู้ชมเองสามารถนำไปคิดต่อกันเองว่า “มันยุติธรรมแล้วหรอ”

7.Tokyo Sonata โดย ชมรมนิยมหนังอินดี้

Tokyo Sonata

กำเนิดเป็นคนญี่ปุ่นนี่ยากแล้ว กำเนิดเป็นคนชั้นกึ่งกลางประเทศญี่ปุ่นยิ่งยากกว่า นี่เป็นทั้งหนังดราม่า หนังครอบครัว แล้วก็หนังสะท้อนปัญหาสังคมแล้วก็เชิงเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างน่าดึงดูด ตั้งคำถามต่อค่าความนิยมหลายๆอย่าง อย่างเช่น ชายเป็นใหญ่, ดนตรี = ไม่มีกิน ฯลฯ แล้วก็สถานการณ์ที่ตึงจนถึงเกินไป หากแม้กำลังเข้าตาจน ครอบครัวในโลกทุนนิยมมักมีสมาชิกเพียงแต่ไม่กี่คน แม้กระนั้นเพราะเหตุไรมันช่างอึดอัดเสียมากกว่าครอบครัวขนาดใหญ่ยุคเก่า? หนังสอนให้เรารู้จักการยอมรับเรื่องจริง แล้วก็เปิดใจ หนังมีฉากจบที่ทรงอำนาจสูงถึงมากที่สุด ระดับป้อมปราการหัวใจได้เลยว่า หากแม้เราจะลืมหนังไปทั้งเรื่องแล้ว ความรู้สึกของฉากนี้ มันจะยังประทับใจอยู่ในห้วงความคิดไปอีกนมนาน

8.The Matrix Reloaded โดย สัมพันธ์คนวิจารณ์หนังไม่เป็น

The Matrix Reloaded

งานภาคต่อที่บางครั้งก็อาจจะไม่พีคหรือทรงอำนาจมากเท่าภาคแรก แม้กระนั้นก็ได้ผลงานภาคต่อที่ถือว่าทำออกมาได้อย่างสนุกสนาน กลมกล่อม และไม่ออกสมุทรจนถึงเกินไปเสมือนภาคสาม ซึ่งมาคิดดูอีกครั้งแล้วนี่ก็คือภาคต่อที่สานต่อเรื่องราวได้อย่างมีมิติ ครึกครื้น ทั้งฉากแอคชั่นสุดมันส์ (ชอบสุดๆคือฉากไล่ล่าบนไฮย์เวย์ กับ ฉากนีโอสู้กับลูกสมุนบนพระราชวัง) แล้วก็อาจเป็นหนังที่เราจะได้มองเห็นความทะยานอยากของผกก.สองญาติวาโซว์สกี้ที่ทำหนังได้กลิ่นอายคอมมิคแอคชั่นฝรั่งๆเท่ๆรวมทั้งจะอาจได้ผลงานภาคต่อที่ดูแล้วครึกครื้น ได้กลิ่นอายการ์ตูนคอมมิคแล้วก็มันส์ไปฉากแอคชั่นเท่ๆหลายฉาก แล้วก็ที่แน่นอน นี่คือต้นแบบฉากไล่ล่าบนไฮย์เวย์ที่ทำให้มีฉากต่อสู้ยิงกันระหว่างขับขี่รถไล่ล่าใน The Raid 2 ด้วยเหตุว่าประเด็นนี้แท้ๆ

9.The Trainspotting โดย What the Flick

The Trainspotting

การเสพหนังบางทีอาจพาเราลอยกระจายได้ไม่ได้แตกต่างกับการเสพยา ความฟินจากอรรถรสที่หาไม่ได้จากกิจกรรมอื่นในชีวิต

‘Trainspotting’ จะพาคุณไปพบกับอารมณ์ที่หลากด้านหลายมุม ที่วนเวียนกับยาเสพติดที่ทั้งสุขจนถึงล้น แล้วก็น่าสังเวชจนถึงจำต้องเมินหน้าหนี กับเรื่องราวของต้นฉบับแก๊งเหี้ยนพันธ์แท้รุ่นพ่อ หน้าที่กลุ่มชายวัยรุ่นขี้ยาของ ยวน แมคเกรเกอร์ก่อนจะมาจับดาบเลเซอร์ผันตัวเองเป็นคุณครูเจได กับเรื่องราวที่ทั้งบ้า แสบซ่าของวัยโจ๋ในสมัย 90 มาร์ค เรนตัน(ญวน แมคเกรเกอร์) แล้วก็ชาวแก๊งขี้ยาที่ติดผงขาวงอมแงมในเมืองเอดินเบิร์ก ที่ดำรงชีวิตปล่อยผ่านไปวันๆอย่างไร้สาระ ทุ่งนาม้าวิตของพวกเขาไปสู่ความไม่ประสบผลสำเร็จ ทุ่งนาเสนอหลากมุมมองโดยมีใจกลางเป็นยาเสพติดที่ถ่ายทอดผ่านตัวเอกรับบทบาทโดยญวน ชีวิตเรานั้นน่าประหลาดใจยิ่งนัก หากมองโลกอย่างระมัดระวังเราก็จะพบว่า ผู้คนรอบๆกายของเราช่างนานาประการ เพื่อนของมาร์คเองก็มีหลายแบบผู้แสดงแต่ละตัวช่างแตกต่างอย่างมีมิติแล้วก็ประณีตบรรจง นอกเหนือจากนี้ทุกๆสิ่งบนโลกก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของมันเสมอ แม้แต่ยาเสพติดเองก็บางทีอาจไม่ไช่ค้าง ตอบที่ไช่ตลอดกาลของพวกเขาเหมือนกัน

การก้าวผ่านช่วงชีวิตที่หยาบช้า แล้วก็การตัดสินใจก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยโทนเรื่องอันบ้าๆบอๆ แล้วก็น่าหัวเราะจะพาให้เราฟินได้ขนาดไหน จำต้องทดลองติดตามชมเรื่องราวของพวกเขาใน ‘Trainspotting’

10.Three Kings โดย Movie Navigator

Three Kings

ผลงานสมัยแรกๆของผู้กำกับ David O’ Russell ที่ว่าด้วยนายทหารอเมริกัน 4 คนภายในการทำศึกอ่าว (อิรัก-ประเทศคูเวต) ที่วางแผนลักขโมยทองคำจากอิรักซึ่งลักขโมยมาจากประเทศคูเวตอีกทอดหนึ่ง ฟังจากเรื่องย่อก็พอจะทายใจได้ว่านี่คือหนังเสียดสีที่ใช้พฤติกรรมของกลุ่มผู้แสดงนำสะท้อนพฤติกรรมที่สหรัฐส่งทหารเข้าร่วมการทำศึกในคราวนี้ ด้วยเหตุนี้นี่ไม่ใช่หนังสงครามธรรมดา มันเต็มไปด้วยการจิกกัดทั้งอเมริกา สื่อ ทหาร รวมถึงทหารอิรักเอง หนังมาพร้อมสไตล์ที่หวือหวา แล้วก็ประหลาดกว่าหนังสมครามหลายๆเรื่อง นำแสดงโดย George Clooney, Mark Wahlberg แล้วก็ Ice Cube แล้วก็ที่น่าดึงดูดก็คือนี่คือผลงานการแสดง (ในหน้าที่หลักของเรื่อง) ของ ผู้กำกับ Spike Jonze ก่อนที่จะสร้างชื่อในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์กับหนังเรื่องแรกอย่าง Being John Malkovich ในปีเดียวกัน

11.Batman Begins โดย Poprock on FILM

Batman Begins

อาจไม่ต้องมีการโฆษณาอ้างสรรพคุณอีกแล้วสำหรับชื่อของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ภายหลังจากนำเอา Batman ซีรีส์กลับมา Reboot ใหม่หมด แล้วก็แบ่งทำเป็นไตรภาค “โนแลน” ก็กลายเป็นชื่อของผู้กำกับที่สร้างแบทแมนซีรี่ส์ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อย่างยิ่งจริงๆ ถึงแม้ว่าจะคุณเป็นแอนตี้แฟนแค่นไหน คุณก็จำต้องสารภาพว่า นี่เป็นความจริง การวางเส้นเรื่องไตรภาค Batman ของโนแลน ทำให้เรารู้ว่า เขาเป็นผู้กำกับที่ละเอียด อ่อนโยน ในทุกส่วนของงานอย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งหากแม้ภาค 2 อย่าง The Dark Knight จะเป็นภาคที่ไปถึงเป้าหมายมากที่สุด แล้วก็ The Dark Knight Rises จะเป็นภาคที่คนพูดถึงแล้วก็เป็นกระแสมากที่สุด แม้กระนั้นภาคที่น่าดึงดูดที่สุดในความเห็นคนเขียนกับเป็นภาคแรกเป็นBatman Begins เป็นจุดกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมดทั้งปวง ที่โนแลนเล่าได้ละเอียด มีปูมเหตุที่น่าดึงดูดแล้วก็ทำให้หนังภาคต่อๆมาไร้ที่ติเตียนอย่างยิ่งจริงๆ ความแค้นที่จำต้องสูญเสี ยครอบครัวตั้งแต่ยังเป็นเด็ก การสิ้นไปยังทำให้บรูซ เวย์นใส่ใจว่า เมืองที่เขาอยู่ Gotham City มันฟอนเฟะ แล้วก็ ไม่ดีจริงๆนอกเหนือจากการชำระแค้น สิ่งที่บรูซ เวย์น ใส่ใจได้คือ มันไม่ใช่แค่ ขโมยกระจอกเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาจำต้องเสียครอบครัว แม้กระนั้นเป็นความไม่ดีที่ครอบงำเมืองนี้อยู่ต่างหาก โน่นทำให้เขาจำต้องลุกขึ้นยืนต่อสู้ เพื่อคุ้มครองป้องกันเมืองนี้ เมืองที่ครอบครัวของเขาอยากที่จะให้มันเป็นเมืองที่สุขสงบ ไม่ใช่เมืองของซาตาน ความมหัศจรรย์ที่โนแลนทำในภาค Batman Begins ทำให้เรามีความรู้สึกว่า นี่คือ แบทแมน ที่ได้โอกาสเกิดขึ้นได้จริงๆในโลกนี้ ผู้แสดงสมจริง มีแรงผลักที่มีเหตุผล แล้วก็ ตรรกะความคิดที่เชิญชวนเชื่อฟัง ไม่ใช่แค่แบทแมนที่เป็นตัวละครแฟนตาซี ที่พบเห็นได้แค่ในหนังการ์ตูน นี่เป็นการทำให้ผู้แสดง “แบทแมน” ได้กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ภายหลังจากเลือนหายไปตามกาลเวลาอยู่หลายสิบปี อีกหนึ่งหนังที่เป็นจุดกำเนิดของไตรภาคหนังฮีโร่รัตติกาลแห่งสมัย หนึ่งในงานมาสเตอร์พีซของ คริสโตเฟอร์ โนแลน แบทแมนบีกิน

12.สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก โดย โรงภาพยนตร์ที่ 3 ที่นั่ง E12

สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารักก

เค้าว่ากันว่าบ้านเรานั้นถนัดนักสำหรับการทำหนังอยู่สามชนิดยกตัวอย่างเช่น หนังผี หนังตลก แล้วก็หนังรัก แม้กระนั้นเอาเข้าจริงๆนะครับภาพยนตร์ไทยทั้งสามชนิดนี้ในตอนขวบปีข้างหลังๆมาเนี่ยมันมีไม่กี่เรื่องแค่นั้นแหละที่ผมเห็นว่ามันดีงามจริงๆอย่างที่อ้างกันมา แล้วก็หนึ่งในนั้นเองก็คือหนังรักๆฟอร์มเล็กๆที่เกิดดังแบบเปรี้ยงปร้างขึ้นมาแบบไม่คาดคิดอย่าง “สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก” นี่เองครับซึ่งสามารถเข้าไปอยู่ในใจผมได้แบบไม่ยากเย็นเลย หากแม้แก่นของข้อเท็จจริงๆแล้วมันจะไม่ใช่อะไรใหม่สักหน่อยอย่างประเด็นการแอบชอบ/ความเชื่อมโยงในกลุ่มเพื่อนชายเพื่อนหญิง/ความเชื่อมโยงในครอบครัว แม้กระนั้นสิ่งสำคัญที่ทำให้มันดีงามคือ ตอนที่มันไม่ใหม่ แม้กระนั้นมันกลับมีการประสมประสานเรื่องราวในหลายๆแง่มุมความเชื่อมโยงได้พอดีแบบกำลังดี ไม่มากมาย ไม่ล้น ไม่เฟ้อ แล้วก็มันดู ”จริง” เอามากๆ(ยกเว้นตอนท้ายนะแหม่๕๕๕๕) จนถึงเสมือนเป็นผู้แทนภาพความทรงจำของตอนขณะหนึ่งในชีวิตว่าเราก็เคยทำอะไรอย่างนี้นี่หว่าแล้วก็ทำให้เราอินได้อย่างง่ายดายอย่างยิ่งจริงๆ (ตรงจุดนี้จำต้องชมใบเฟิร์นแล้วก็มาริโอ้ด้วยนะที่แสดงได้ดิบได้ดีจริงๆซีนยอมรับรักเอาไปสิบดาว) แล้วก็เนี่ยแหละคือสิ่งที่ผมอยาจะมองเห็นการแวดวงภาพยนตร์ไทยบ้านเรา คือไม่ต้องไปพากเพียรจะทำอะไรเกินกำลังหรอก แค่มุ่งพัฒนาในสิ่งที่เราพอทำได้อย่างการขัดเกลาบทให้มันดีๆแน่นๆเข้าไว้ก่อน เพียงเท่านี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

13.Ghost โดย ชมรมนิยมหนังหวาน

Ghost

แน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ประการสำคัญของ Ghost อยู่ตรงฉากจำอมตะนิรันดร์กาลที่ยังโดนอ้างอิงถึงในหลายแบบอย่างหากแม้เวลาจะผ่านมายาวนานเกิน 20 ปีอย่างฉาก ‘ปั้นหม้อรอคอยรัก’ เคล้าเพลง Unchained Melody แม้กระนั้นโน่นยังไม่ถึงครึ่งในคุณความดีของหนังประเด็นนี้ Ghost ยังมีบทที่ดีระดับชนะรางวัลออสการ์ มีการประสมประสานระหว่างเรื่องราวความรักประทับใจ ความตลกขบขันครึกครื้น (ที่ขบขันอย่างเป็นจริงเป็นจัง) กับเรื่องราวแฟนตาซีเหนือธรรมชาติแล้วก็การสอบปากคำเหตุฆาตรกรรมได้อย่างพอดี มีดารานำชาย-นางเอก (Patrick Swayze แล้วก็Demi Moore) ที่ลุคทรงเสน่ห์ลักขโมยหัวใจผู้คนทั้งบ้านทั่วทั้งเมือง แถมด้วยนักแสดงสมทบที่ลักขโมยซีนระดับคว้ารางวัลออสการ์มาให้หนังประเด็นนี้ได้ไปอีก 1 ตัว ถ้ายังไม่เคยดูหนังประเด็นนี้ ก็ไม่ควรเสียเวลาให้พลาดอีกต่อไป

https://www.youtube.com/watch?v=8uubih798tg

14.The Cabin in the Woods โดย Movies Stalker

The Cabin in the Woods

Cabin in the wood เป็นหนังสยองขวัญที่ล้อเลียนแพทเทิร์นหรือขนบของหนังสยองขวัญที่แทบทุกเรื่องมักใช้กัน อย่างเช่น ความอยากรู้ ลำดับการถึงแก่กรรมที่คนชนิดนี้มักตายก่อนหรือหลัง จำพวกของผีซาตาน องค์กรลับ แล้วก็ฯลฯแบบกล่าวได้ว่าเก็บทุกเม็ดจริงๆมันจึงเป็นหนังที่แจ๋วสุดๆด้วยเหตุว่าหนังมีการรีเสิรทเก็บรวบรวมข้อมูลมาอย่างดีเยี่ยมเลิศ ทั้งยังมีความน่ากลัวแล้วก็ความตลกขบขันสลับๆกันไป ครึ่งชั่วโมงแรกราวกับหนังสยองขวัญทั่วๆไป ทั้งลักษณะท่าทางของผู้แสดง การเดินทางไปในที่ๆลึกลับ สถานที่ ทุกอย่างก็ยังคงเสมือนหนังสยองขวัญที่ทายใจง่ายเหลือเกิน จนถึงจากนั้น Cabin in the wood ทำให้เราจำชื่อหนังประเด็นนี้ ได้อย่างเที่ยงตรงจำจนถึงฝังใจด้วยเหตุว่าเราจับทางอะไรมันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หนังออกนอกทางไปถึงขีดสูงสุดแบบกู่ไม่กลับจนถึงถ้าใครจับจุดมุ่งหวังประเด็นการล้อเลียนขนบหนังไม่ได้ หนังประเด็นนี้ก็จะกลายเป็นหนังที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนเพิ่มมากขึ้นมาทันคราว ถ้าจะถามคำถามว่าหนังสยองขวัญเรื่องที่ชอบมากที่สุดคือเรื่องไหน ก็คงตอบว่าเกิดเรื่องนี้อย่างแน่แท้

15.Enemy of the State โดย Movie Navigator

Enemy of the State

ผลงานชิ้นเยี่ยมของผู้กำกับ Tony Scott เล่าถึงกลุ่มเจ้าหน้าที่องค์กรของรัฐบาลที่ใช้อิทธิพลโดยมิชอบสำหรับการแอบฟัง แอบถ่าย ติดตามการเคลื่อนไหวของผู้แสดงนำของเรื่อง เพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนอันยิ่งใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นการฝ่าฝืนสิทธิส่วนบุคคล หากแม้หนังจะเข้าฉายตั้งแต่ปี 1998 ยุคสมัยที่ 56K Modem ยังรุ่งเรือง แม้กระนั้นมันก็ทายภาพปัจจุบันของสมัย 3G ไร้สายในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเที่ยงตรง ด้วยเหตุว่าการต่อว่าดและก็ตามด้วย GPS, การมีกล้องวงจรปิดในทุกหนทุกแห่ง แล้วก็การติดต่อสื่อสารที่เร็วฉับไว คือเรื่องธรรมดาในยุคนี้ อีกทั้งเรื่องราวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในปี 2013 ของ Edward Snowden ที่ออกมาเผยออกมาว่า NSA (National Security Agency, หน่วยงานเดียวกับในหนัง) มีการแอบฟังการติดต่อสื่อสารทั้งด้านในแล้วก็นอกสหรัฐ ไม่ได้แตกต่างกับรายละเอียดของเรื่อง อีกเรื่องที่โดดเด่นก็คือนี่คือการขับเคี่ยวระหว่าง 2 Generation เมื่อกลุ่มผู้แสดงนำที่นำแสดงโดย Will Smith แล้วก็ Gene Hackman คือตัวแทนของคนรุ่นใหญ่วัยทำงาน กำลังถูกเด็กรุ่นใหม่อย่าง Barry Pepper, Jake Busey, Scott Caan แล้วก็ Jack Black (สมัยยังไม่ดัง) ตามล่าด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ที่สำคัญนี่คือหนัง Action/Thriller ที่มอบความเบิกบานใจได้เป็นอย่างดี

16.The Last Samurai โดย เบิกโรงซินีม่า

The Last Samurai

หนังประสมประสานระหว่างความเป็นงานดราม่า แอคชั่น แล้วก็เรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ได้อย่างพอดี พร้อมฉายภาพให้มองเห็นวิถีแล้วก็จิตวิญญาณอันน่ากล่าวสรรเสริญของ “ซามูไร” ในสมัยที่สิ่งที่จำเป็นของซามูไรลดน้อยถอยลง แล้วก็ในสมัยที่กระแสวัฒนธรรมของแดนอาทิตย์อุทัยกำลังอยู่ในตอนผลัดใบจากการไหลหลากเข้ามาของกระแสตะวันตก ส่วนอีกด้านหนึ่งของความเป็นหนังตลาด หนังมากับความเบิกบานใจที่เดินเรื่องได้สนุกสนาน ฮึกเหิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากรบอันยิ่งใหญ่แล้วก็สื่อให้มองเห็นความกล้าหาญชาญชัยยิ่งใหญ่ของซามูไร ซึ่ง “เคน วาตาทุ่งนาเบ้” ในบทซามูไรคัทสึโมโต้ได้มอบการแสดงเอาไว้อย่างหนักแน่นไร้ที่ติเตียน

17.Minority Report โดย JackobotReview

Minority Report

Minority Report เป็นการประสมประสานเรื่องราวในโลกอนาคตแล้วก็เรื่องราวอาชญากรรมได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ หากแม้ตัวหนังจะดูเป็นหนัง Sci-Fi แม้กระนั้นอารมณ์สำหรับการรับชม Minority Report มันคืออารมณ์กดดัน ตื่นเต้นแล้วก็นำพาให้รอยหยักในสมองได้ดำเนินงานอย่างกับดูหนังอาชญากรรมคุณภาพดี โดยมีเบื้องหลังเป็นโลกในอนาคตที่วางแบบมาได้อย่างไม่ซ้ำใครที่ถูกประณีตบรรจงสร้างมาได้อย่างเฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโลยีการสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยมือเปล่าก็เป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีจริงในโลกใบนี้ด้วย (หนัง Sci-fi แทบทุกเรื่องในยุคนี้เอาวิธีนี้มาใช้กันหมดด้วยไป) แม้กระนั้นเทคโนโลในหนังก็ไม่ล้ำเกินไป แล้วก็ยังตีกรอบอยู่ในความเหมือนจริงที่เป็นได้มันก็ยิ่งทำให้เป็นหนังแนวอาชญากรรมที่มีรสชาติแปลกใหม่ แล้วก็ทวีคูณความสนุกสนานขึ้นอีกหลายเท่าตัว

18.ยุ่ง จังหวัดยโสธร โดย GossipGun

แหยม ยโสธร

“ยุ่งจังหวัดยโสธร” ถือได้ว่าภาพยนตร์ไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ ทั้งในทางของพล็อตแล้วก็ภาพ หากทดลองกด Pause ไว้ที่วินาทีไหนก็ได้ของหนังประเด็นนี้ ย่อมรู้เท่าทันคราวว่านี่คือ ยุ่งจังหวัดยโสธร ความดีความชอบทั้งหมดทั้งปวงจำต้องชูให้ “หม่ำ จ๊กม๊ก” ที่สะสมประสบการณ์การเล่าเรื่องมาจัดหนักกับภาพยนตร์ประเด็นนี้ จนถึงกลายเป็นหนังที่สนุกสนานแบบ 100% แล้วก็ถูกจริตกับผู้ชมกลุ่มใหญ่ในประเทศนี้ เป็นความหรรษาอย่างสุดกำลัง โดยคุณหม่ำ ดึงเอาความเป็นบ้านกำเนิดออกมาใส่เอาไว้ภายในหนังอย่างกลมกล่อม นำเสนอวัฒนธรรมอย่างเข้าถึงง่าย ทำให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิดแล้วก็คุ้นเคยกับผู้แสดง แม้จะอยู่คนละพื้นที่ก็ตาม บวกกับ Production Design ที่ประหลาดตา มีเอกลักษณ์ มีทิศทางอย่างชัดเจน ทำให้ ยุ่งจังหวัดยโสธร กลายเป็นหนังที่พอดีที่สุดของ หม่ำ จ๊กม๊ก ในแทบทุกด้าน

19.Top Gun โดย What the Flick

Top Gun

สมัยนั้นจะหาชายคนใดที่เท่เท่ากับชายหนุ่มเจ้าเวหาไฟแรง Maveric รับบทบาทโดยสุดหล่อ ‘ทอม อาจารย์ซ’ ในชุดนักบินรบ แล้วก็แว่น Rayban มาดเท่ห์ ในสถานศึกษาฝึกนักบินชั้นหัวกะทิ Top Gun ผลงานการระเบิดความมันส์โดย ดอน ซิมป์ ซัน แล้วก็ เจรี่ บรัคฮายเมอร์ ดูแลภาพยนตร์โดยโทนี สก็อต ที่จะพาคุณไปพบกับหนังแจ้งกำเนิด ทอม อาจารย์ซ ดาวดวงใหม่แก่ท้องฟ้าฮอลลีวูด เรื่องราวของมาเวริคที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ปมชีวิตอันรวดร้าว แล้วก็ความรัก แล้วก็มีความขัดแย้ง เพื่อสานฝันสำหรับการก้าวไปสู่นักบินรบระดับท็อป ความ เท่อันน่าคลั่งไคล้ที่เคยสร้างกระแสให้ชายหนุ่มอเมริกันน้อยใหญ่ แหนแห่กันไปสมัครเป็นนักบินด้วยมาดอันหล่อเหล่า รถจักรยานยนต์คันโต แล้วก็แว่นตาดำเรย์แบนสุดเก๋า อีกทั้งเพลงประกอบอันไพเราะของสมัย 80อันติดหู อย่าง Take My Breath Away ที่ยังพุ่งทะยานได้รับความนิยมติดชาร์ทไปพร้อมๆกับหนังแล้วก็ผู้แสดงนำฝ่าย บวกกับฉากแอคชันกลางเวหาที่จะมันส์ระห่า ถือเป็น ฉากที่เลิศ สาหรับคนที่ถูกใจในเรือบินรบ แล้วก็พอใจในเรื่องของนักบินควรจะหามารับชมครับ นี่คือแรงบันดาลใจที่ดีทีเดียว

20.A Walk to Remember โดย GossipGun

A Walk to Remember

 

A Walk To Remember คือหนังแห่งน้ำตาลูกเพศชาย น้อยครั้งนักที่จะมีหนังรักวัยรุ่นนำเสนอรักแท้ ผ่านมุมของผู้ชาย ด้วยเหตุว่าหนังรักมักมองผ่านมุมของเพศหญิงเป็นหลัก ไม่ก็เป็นหนังวัยรุ่นที่ไม่ตั้งใจจริงอะไรนัก ไม่เหมือนกับประเด็นนี้ที่เล่าแบบ Real ไม่เกินจริง ไม่ฟูมฟายจนถึงเกินเหตุ ด้วยต้นฉบับที่ผลิตจากหนังสือของ Nicolas Sparks เจ้าพ่อนิยายรัก ประกันได้เลยว่า นี่คือหนังรักหวานซึ้ง แม้กระนั้นสิ่งที่ไม่เหมือนกับหนังสือของเค้าเล่มอื่นๆคือประเด็นนี้ลดระดับความโตของผู้แสดง ทำให้เข้าถึงง่ายดายยิ่งกว่าในทุกวัย โดยรวมนี่คือหนังรักตรึงใจที่ดูเพลิน เพลงเพราะ ทั้ง Only Hope แล้วก็ Someday We’ll Know แล้วคุณจะพบว่าข้างหลังดูหนังจบ คุณจะเสียน้ำตากับหนังประเด็นนี้โดยไม่ทันได้รู้สึกตัว

21.Speed โดย JEDIYUTH

Speed

ความดังของหนัง Speed หรือในชื่อไทย “สปีด เร็วขุนนางรก” ในเวลาที่ออกฉายในปี 1994 ถือเป็นการเกิด ด้วยเหตุว่าไม่เพียงแต่เป็นหนังทำเงินมากมายก่ายกอง แล้วก็ทำให้เคียอานู รีฟส์ กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ กับแจ้งกำเนิดให้แซนดรา บูลล็อก กลายเป็นนักแสดงดาวรุ่ง ความนิยมชมชอบของหนังยังทำให้กำเนิดกระแสการตัดผมทรง “สกินเฮด” กันไปทั่วโลก ตราบจนกระทั่งวันนี้ที่ผ่านมากว่า 20 ปี เรายังมองเห็นร่องรอยของการเกิดนั้นอยู่

เนื้อเรื่องของหนังถือว่าสดใหม่มากเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ว่าด้วยฆาตกรโรคจิตที่ข่มขู่วางระเบิดรถบัสที่มีผู้โดยสารเต็มคันรถ หากรถวิ่งช้ากว่ากำหนด ทำให้รถคันนี้จำต้องซิ่งเมืองนรก เวลาที่ดารานำชายของเราก็หาทางช่วยเหลือคนบนรถบัสให้ไม่เป็นอันตรายด้วยไหวพริบแล้วก็ความกล้าหาญชาญชัย หนังยังทำให้เราลุ้นระทึกได้ครั้งใดก็ตามเอากลับมาดูใหม่

22.Dawn of the Dead โดย Poprock on FILM

Dawn of the Dead

เราสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำ อกผายไหล่ผึ่งว่า นี่เป็นงานชิ้นที่ดีที่สุดในอันดับหนึ่งแล้วก็บางทีอาจเป็นอันดับ ท็อป 3 ของ Zack Snyder อย่างยิ่งจริงๆ แม้นี่จะเป็นการรีเมคจากภาคเก่าที่ทำไว้ดีมากๆและจากนั้นก็ตามในชื่อเดียวกันที่ฉายไปแล้วในปี 1978 แล้วก็ไปถึงเป้าหมายอย่างงดงาม กับฉากที่ผู้ตายลุกเดินไปทั้งเมือง ซึ่ง Dawn Of The Dead เองก็เป็นเสมือนหลักไมล์ของหนังซอมบี้ถล่มเมืองในสมัยแรกๆอย่างยิ่งจริงๆ ตราบจนกระทั่ง Zack Snyder นำมันมารีเมคอีกครั้ง มีการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของผู้แสดงไปนิดหน่อย แม้กระนั้นยังคงโลเคชั่นแล้วก็รายละเอียดคล้ายของเดิมคือ การที่ เหล่าผู้รอดตายจากการรับเชื้อไวรัสที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ จำต้องไปติดอยู่ในช้อปปิ้งมอลล์ แม้จะมีของกินเพรียบพร้อม แม้กระนั้นซอมบี้ก็ล้อมพวกเขาไว้ทุกๆด้าน นอกจำต้องเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ข้างนอกแล้ว พวกเขายังจำต้องจัดการกับภัยเงียบที่มาจากมนุษย์ร่วมกันเองอีกด้วย Zack ดำเนินสะกดรอยงานเดิม แม้กระนั้นเชิงชั้นการควบคุมของเขาก็ทำให้หนังสนุกสนานแล้วก็ลุ้นมาก รวมทั้งเอกลักษณ์ในด้านงานภาพของ แซ็คที่มักจะมีฉากเด็ดๆเป็นจุดขายอยู่เสมอ ซึ่ง Dawn Of The Dead ฉบับรีเมคครั้งนี้ ยอดเยี่ยมในสมัยที่มีหนังซอมบี้ทยอยเข้าโรงล้นหลามจนถึงแทบกลายเป็นเทรนด์ของหนังสมัยนั้นอย่างยิ่งจริงๆเป็นกระแสซอมบี้มาแรงสุดๆอย่างเช่น หนังซอมบี้ล้างเมืองขนานแท้ 28 day laters (2002) ของแดนนี่ บอล์ย แล้วก็ หนังพะบู๊ซอมบี้สุดมันที่ผลิตจากเกมดัง Resident Evil (2002) ของ พอล วิลเลี่ยม แอนเดอร์สัน ซึ่งในสมัยนั้นมีหนังซอมบี้ล้นหลามหลายสิบข้อเท็จจริงๆแม้กระนั้นมีที่ดีจังๆไม่กี่เรื่อง ซึ่ง Dawn Of The Dead ของ Zack Snyder ยอดเยี่ยมในนั้น มันคือหนังซอมบี้แห่งสมัยเลยจริงๆ

23.เมืองในหมอก โดย STW Movie Style : Thailand

เมืองในหมอก

ไม่มีข้อครหาอะไรก็ตามสำหรับหนังประเด็นนี้ที่ถูกจัดยอดเยี่ยมในหนังมรดกของชาติ ด้วยเหตุว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆหนังของ ‘เพิมพล เชยย่ำรุ่ง’ ประเด็นนี้ถือได้ว่าหลักไมล์ที่สำคัญสำหรับหนังฟิล์มถ่ายรูปนัวร์ในบ้านเราอย่างชัดเจน มันเป็นหนังที่เฉลี่ยวฉลาดในสมัยนั้น ถ้าจะเรียกอีกแง่หนึ่งคือมันเป็นหนังที่มาก่อนที่จะถึงเวลานั่นเอง แล้วก็มันเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่สะท้อนคุณค่าของภาพยนตร์ผ่านช่วงได้อย่างชัดเจน หนังบางเรื่องไม่จำเป็นที่ต้องไปถึงเป้าหมายในสมัยนั้น แม้กระนั้นเวลานั่นแหละจะเป็นสิ่งที่ทดสอบคุณค่าของมัน ถึงหนังประเด็นนี้จะถูกดัดแปลงมาจากงานเขียนเรื่อง ‘ความเข้าใจผิด’ ของ ‘กามูส์’ แม้กระนั้นมันก็ถูกปรับเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างให้เป็นแบบไทยเพิ่มมากขึ้น การเซ็ตสถานที่เมืองในหมอกสะท้อนความไม่ชัดเจนของความเข้าใจผิดได้อย่างชัดเจน เราไม่ทราบว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดไม่ถูก การสะท้อนความมืดหม่นของชีวิต แล้วก็จิตใจของผู้แสดง ยิ่งรวมกับการเล่าเรื่องที่สร้างความระทึกแล้วก็ตื่นเต้นด้วยแล้ว นี่เป็นภาพยนตร์ไทยที่ควรค่าแก่การจดจำในประวัติศาสตร์ แล้วก็เป็นหมุดตัวสำคัญสำหรับภาพยนตร์ไทยนับตั้งแต่นั้นมา

 

24.Cyborg She โดย Poprock on FILM

หนังมีโปรแกรมเข้าฉายตอนปี 2008 ในช่วงเวลานั้นเป็นสมัยที่หนังโรแมนติเตียนคคอมเมดี้ของเกาหลีกำลังถึงสมัยสร่างซาพอดิบพอดี ภายหลังที่ My Sassy Girl (2001) ของ จอนจีฮยอนเคยสร้างการเกิดถล่มทลายโลกหนังรอมคอมของเอเชีย กระแส “ยัยตัวร้าย” ที่จอนจีฮยอนสร้างไว้ ได้เปลี่ยนเปนมาตรฐานให้หนังรอมคอมสมัยต่อๆมาตามไปด้วย จากนั้นก็ยังไม่มีหนังเกาหลีหรือหนังเอเชียเรื่องไหน สามารถขึ้นแท่นมาเทียบกับ My Sassy Girl ได้แบบกระจ่างแจ้งอีก ตราบจนกระทั่ง จอนจีฮยอนจำต้องกลับมาอีกครั้งในหนังแนวเดียวกับ My Sassy Girl ที่โล่งแจ้งกำเนิดให้คุณ โน่นคือ Windstuck ในปี 2004 ซึ่งการคัมแบ็คครั้งนี้ก็ค่อนข้างน่าผิดหวัง ด้วยเหตุว่าคุณยังไม่สามารถที่จะทำได้ดียิ่งกว่าที่เคยทำได้ใน My Sassy Girl เลย มาตรฐานจึงจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เสมอตตัวแค่นั้น

แม้กระนั้นโน่นก็เป็นการซ้ำเติมเทรนด์หนังโรแมนติเตียนคคอมเมดี้ในสมัยนั้นได้อย่างดีเยี่ยม นางเอกแก่นเซี้ยว เป็นยัยจอมซนดื้อด้าน ดารานำชายเป็นชายหนุ่มซื่อแสนดี มีหนังพลอตทำนองนี้ออกมาล้นหลามจนถึงผู้คนเริ่มเบื่อหน่าย จนถึง วันหนึ่งมีข่าวว่า จะมีหนังโรแมนติเตียนคเรื่องหนึ่ง ที่เป็นการรวมทุนกันของเกาหลีแล้วก็ประเทศญี่ปุ่น ในชื่อ Cyborg She (ยัยนี่น่ารักจัง) ซึ่งคราวนี้จะเป็นหนังโรแมนติเตียนคอมเมดี้จากประเทศญี่ปุ่นบ้าง หน้าหนังแล้วก็พลอตเรื่อง ถือว่าท้าทายผู้ชมพอเหมาะพอควร ด้วยเหตุว่ามันดูเหมือนจะใช้เทรนด์หนังเดิมๆแบบ “ยัยตัวร้าย กับนายเจี๋ยมเจี้ยม” แม้กระนั้นเปลี่ยนแปลงจากคนเป็นหุ่นยนต์ กับชายหนุ่มบื้อคนหนึ่ง ในแบบประเทศญี่ปุ่นๆแม้กระนั้นดันดูแลโดยคนเกาหลี ซึ่งผกก.เกาหลีที่ว่านี่ก็คือ “กว๊ากแจยอง” ผู้กำกับ My Sassy Girl แล้วก็ Windstuck นั่นเอง ซึ่งนี่ได้ผลงานที่จำต้องพูดว่า สามารถเทียบกับงานชิ้นที่มีชื่อเสียงของเขาอย่าง My Sassy Girl ได้เลยจริงๆด้วยเหตุว่า Cyborg She เล่าด้วยแก่นของเรื่องแบบเดิมๆคือ นางเอกสดใส ดื้อด้าน แล้วก็ดารานำชายบื้อแสนดี แม้กระนั้นหนังนั้นไปไกลกว่าการเป็นแค่หนังโรแมนติเตียนครักวัยรุ่นธรรมดา มันยังมีการตั้งคำถามถึง คุณค่าของความเป็นมนุษย์หรือหุ่นยนตร์ แม้แต่เรื่องความรักแล้วก็การเสียสละ ส่งที่โดดเด่นเป็นอย่างมากในสมัยนั้นคือ ฉากแผ่นดินไหวสุดอลังการ ที่เป็นฉากสำคัญของเรื่อง ด้วยวิธีคอมพิวเตอร์กราฟฟิคสุดอลังการ หนังใส่รายละเอียดเรื่องโลกคู่ขนานแล้วก็การย้อนเวลาลงมาในหนังได้อย่างพอดี ในปีที่หนังเข้าฉาย หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ได้อยากต้องการจะเชื่อเลยว่าฉันจะร้องไห้” นี่เป็นหนังรัก ระหว่าง มนุษย์แล้วก็หุ่นยนตร์ ที่ครึกครื้น แล้วก็ทำให้แม้แต่เพศชายยังจำต้องน้ำตารื้น เป็นงานชิ้ยมาสเตอร์พีซของ กว๊ากแจยอง ที่เหมาะสมแก่การยกไว้ในลิสต์หนังโรแมนติเตียนคคอมเดี้แห่งสมัยของเอเชียอย่างยิ่งจริงๆ

25.Watchmen โดย Mr.Darkknight

Watchmen

คำจำกัดความของคำว่าซุปเปอร์ฮีโร่ในตอนสมัยข้างหลังๆได้ถูกเอามาตีความใหม่แล้วก็เพิ่มความเป็นมนุษย์เพิ่มความดาร์คเพื่อให้ดูสมจริงมากขึ้นเรื่อยๆ

โน่นก็แปลว่าเราจะไม่ได้มองเห็นแค่ฮีโร่ที่มีคุณงามความดีรอบด้านแม้กระนั้นที่เราจะมองเห็นคือการตีความหมายคำว่าฮีโร่ที่แตกต่างออกไป หนังประเด็นนี้จึงมีบทบาทสำหรับการเล่าในเวลา 3 ชั่วโมงโดยที่เราก็ไม่อาจมั่นหัวใจว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเรานั้นคือฮีโร่จริงๆไหม มันจึงมีทั้งความไม่ชัดเจนทางด้านศีลธรรมที่ถูกตั้งคำถามแล้วก็ตอบออกมาได้อย่างไม่เต็มปากถึงกรรมวิธีที่ทำลงไปว่ามันเหมาะสมจริงๆหรือ ? เหนือสิ่งอื่นใดนี่คือหนังที่เป็นตัวสะท้อนแล้วก็เสียดสีประเทศเบอร์หนึ่งของโลกอย่างอเมริกาได้อย่างเจ็บแสบ

26.Star Trek โดย หมื่นทิพ

Star Trek

เป็นหนังรีเมคแล้วก็หนังภาคต่อไม่กี่เรื่องที่ประดิษฐ์ออกมาได้อย่างถึงใจ แฟนรุ่นก่อนดูแล้วอิน ส่วนผู้ชมแบบใหม่ดูแล้วก็ฟิน ถ้าถามคำถามว่าของดีมีอะไรบ้างก็ไล่ไปตั้งแต่พล็อตเข้มข้น, การดำเนินเรื่องที่เร้าใจแล้วก็ไต่ระดับความลุ้นอย่างออกรส, Effect เนี๊ยบละลานตา, ดนตรีถึงอารมณ์ แล้วก็คำพูดตลกใส่ที่แทรกลงมาแบบพอดี

สำหรับแฟน Star Trek อย่างผมแล้ว หนังสานต่อตำนานได้อย่างดียิ่ง แน่นอนครับว่าหลายแบบต่างไปจากต้นฉบับ แม้กระนั้นหนังก็สามารถเล่าชี้แจง ผูกเรื่องโยงหัวข้อจนถึงทำให้การเปลี่ยนแปลงทุกจุดดูสมเหตุผล เชื่อมกับ Story เดิมได้อย่างเนียน แล้วก็ที่ต้องการปรบมือดังๆคือดาราที่คัดมานั้นใกล้เคียงคาแรคเตอร์ชุดเก่ามาก ดูแล้วยอมรับได้เต็มที่ว่าพวกเขาพวกนี้คือลูกเรือเอนเตอร์พงไพรส์ขนานแท้แล้วก็เริ่มแรก

เป็นหนังอีกประเด็นที่ผมจำต้องหยิบมาดูทุกเดือน… ก็หนังมันกระตุ้นอะดรีนาลีนได้ชะงัดนัก

27ข้างหลังภาพ โดย Cinema Paradiso by Golffy

ข้างหลังภาพ

ผู้กำกับชั้นเอก เชิด ทรงศรี กับการนำวรรณกรรมเรียกน้ำตาสุดคลาสสิค งานที่เกี่ยวข้องกับด้านการประพันธ์โดยศรีบูรพาทิศ มาขึ้นจอภาพยนตร์อีกครั้ง เจ้าของวลีต้องใจ “ฉันตายโดยไม่มีคนที่รักฉัน แม้กระนั้นฉันก็อิ่มเอมหัวใจที่ฉันมีบุคคลที่ฉันรัก” เรื่องราวของรักของหวงเปิดเผยไม่ได้ระหว่างคุณหญิงกีรดี ผู้มีใจให้กับนพพร หนุ่มน้อยรุ่นน้อง ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นไปกับสามี รวมทั้งเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้จวบจนวันที่ร่างกายตายไปพร้อมทั้งหัวใจที่แหลกสลาย ความรักอันงามอย่างกับจำต้องคำแช่งของคุณหญิงกีรดี ถูกเอามาถ่ายทอดครบถ้วนสมบูรณ์เรียกตัวอักษร ผ่านทั้งภาพลักษณ์แล้วก็การแสดงที่เสมือนหลุดออกมาจากในนิยายจริงๆของคุณค้างร่า พลสิทธิ์ ด้วยภาพรวม ส่วนประกอบแล้วก็งานโปรดักชั่นที่ตั้งหัวใจให้เสมือนชมเชยภาพยนตร์ไทยสมัยเก่า บางครั้งก็อาจจะดูเชยไปในสายตาคนรุ่นหลัง แม้กระนั้นก็พอดีไปกับเรื่องราว แล้วก็เป็นการให้เกียรติวรรณกรรมอย่างชาญฉลาด ถ้าหากว่าคุณกำลังมองหาหนังรักเคล้าน้ำตา หรือภาพยนตร์ไทยดีๆสักเรื่อง …

‘ข้างหลังภาพ’ คืองานที่ไม่ควรพลาด แล้วก็ถึงแม้ว่าจะคุณจะใจหินขนาดไหน ก็บางครั้งก็อาจจะจำต้องอ่อนไหวต่อการคอยรักแท้ของผู้หญิงที่ชื่อว่า ‘กีรดี’ … หนึ่งในผู้แสดงแอบชอบผู้น่าสงสารที่สุดคนหนึ่งบนโลกภาพยนตร์ ด้วยเหตุว่าถึง คุณจะเข้าหัวใจว่าความรักนั้นงามเพียงแต่ไหน แม้กระนั้นคุณก็ไม่มีวัน แม้จะได้พบ

28.Paprika โดย PatSonic

Paprika

งานแอนิเมชั่นอันโดดเด่นจาก Satoshi Kon ผู้เสียชีวิต ลักษณะงานโดยส่วนใหญ่ของ Kon คือการผสมผสานเรื่องราวของข้อเท็จจริงแล้วก็จินตนาการเข้าด้วยกัน นำเสนอเรื่องราวปมในจิตใจอันดำสนิทออกมาเป็นงานภาพเคลื่อนไหวที่น่าตื่นตา ตื่นหัวใจ แล้วก็ Paprika ก็อยู่ในข้อนั้น เรื่องราวของความฝันของผู้คนที่ปกติก็อยู่จิตของใครของมัน ไม่บางทีอาจแบ่งสรรร่วมฝันกับใครได้ แล้วก็เป็นความลับเฉพาะตัวที่มีเพียงแต่ผู้ฝันแค่นั้น ที่จะสร้างมัน จำ หรือลืมมันไป ไอเดียของการเก็บข้อมูลความฝันจากสมองอัจฉริยะของหนุ่มน้อยร่างอ้วนๆคนหนึ่ง เปลี่ยนมาเป็นเทคโนโลยีที่สุดล้ำเหนือจินตนาการ

เครื่องใช้ไม้สอยเก็บข้อมูลความฝันที่ชื่อ “ดีซีมินิ” ที่ยังอยู่ในขั้นทดสอบ แล้วก็ยังเขียนโปรแกรมควบคุมได้ไม่สมบูรณ์ ได้ถูกลักขโมยไปอย่างไม่ทราบปัจจัย ทีมค้นคว้าวิจัยจำเป็นต้องสืบเสาะหาเจ้าเครื่องนี้ที่หายไป การสร้างเทคโนโลยีด้วยกำลังขับเขยื้อนแบบเด็กๆบางทีอาจไม่ใส่ใจคิดอย่างถี่ถ้วนถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมา มีความฝัน ก็สร้างสิ่งประดิษฐ์อันมีแรงบันดาลใจจากความฝัน แม้กระนั้นลืมนึกถึงผลเสียจากคนพาลที่จะนำเทคโนโลยีสุดล้ำนั้นไปใช้ สุดท้าย เรื่องร้ายก็เกิดขึ้นแล้วก็แผ่ขยายใหญ่มหึมาล้นหลาม

งานภาพช่างน่าตื่นตา เมื่อจินตนาการมาบรรจบกับเรื่องจริงผ่านลายเส้นเนียนๆรวมกับเพลงประกอบสะดุดใจ ชูให้ Paprika คือหนึ่งในแอนิเมชั่นจากประเทศญี่ปุ่นที่คุณจำต้องดู

 

29.What Dreams May Come โดย แมวตัวนั้นนั่งดูหนังตรงแถว C

What Dreams May Come

โรบิน วิลเลี่ยมส์ เป็นนักแสดงในดวงใจของคนอีกจำนวนไม่น้อย แล้วก็ถ้าเอ๋ยถึงผลงานของฮี หลายคนจะนึกถึงประเด็นนี้ What Dreams May Come พลังรักข้ามเส้นขอบฟ้า ตามรักถึงสวรรค์ (ป๊าดด ชื่อไทยนี่ นึกว่าโปเยโปโลเย)

เรื่องราวของครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกวัยรุ่นสองคน ทุกๆเช้าแม่จะเป็นคนขับรถไปส่ง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ตราบจนกระทั่ง ลูกชายแล้วก็บุตรสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ภายหลังดารานำชายถูกรถชนเสียชีวิตอีกคน ทำให้นางเอกโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดตัวเอง สุดท้ายก็ฆ่าตัวตาย ตอนที่ดารานำชายแล้วก็ลูกๆอยู่บนสววรค์ แม้กระนั้นคนฆ่าตัวตายถือเป็นบาปอย่างหนึ่ง แน่นอนนางเอกลงนรก ด้วยความรักภรรยา ดารานำชายจึงพากเพียรเสี่ยงลงไปเมืองนรก เพื่อตามหาเมียของเค้าแล้วก็พากลับมาสวรรค์ร่วมกัน สุดท้ายจะช่วยได้เสร็จไหมจำต้องทดลองหามาดู

นี่คือหนังดีอีกประเด็นที่ชี้แนะ เว้นแต่ประทับใจ ตรึงใจในเพลงเพราะแล้วก็ ภาพที่โคตรสวยสมกับที่ได้ออสการ์วิธีพิเศษด้านภาพในปีนั้นแล้ว ยังสอนอะไรเราได้มากมาย หนังเหมาะกับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ เชื่อในเรื่องของ บุญบาป เมืองนรกสววรค์อีกด้วย ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างใน โลกล้วนไม่เที่ยงเกิดขึ้นได้ ก็ควรมีดับไป ไม่มีอะไรยั่ง

เรื่องราวของครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกวัยรุ่นสองคน ทุกๆเช้าแม่จะเป็นคนขับรถไปส่ง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั่ง ลูกชายและลูกสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ภายหลังพระเอกถูกรถชนเสียชีวิตอีกคน ทำให้นางเอกโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดตัวเอง สุดท้ายก็ฆ่าตัวตาย ในขณะที่พระเอกและลูกๆ อยู่บนสววรค์ แต่คนฆ่าตัวตายถือเป็นบาปอย่างหนึ่ง แน่นอนนางเอกตกนรก ด้วยความรักเมีย พระเอกจึงพยายามเสี่ยงลงไปนรก เพื่อตามหาภรรยาของเค้าและพากลับมาสวรรค์ด้วยกัน สุดท้ายจะช่วยได้สำเร็จหรือไม่ต้องลองหามาดู

นี่คือหนังดีอีกเรื่องที่แนะนำ นอกจากซาบซึ้ง ประทับใจในเพลงเพราะและ ภาพที่โคตรสวยสมกับที่ได้ออสการ์เทคนิคพิเศษด้านภาพในปีนั้นแล้ว ยังสอนอะไรเราได้มากมาย หนังเหมาะกับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ เชื่อในเรื่องของ บาปบุญ นรกสววรค์อีกด้วย ทุกสิ่งใน โลกล้วนอนิจจังเกิดขึ้นได้ ก็ต้องมีดับไป ไม่มีอะไรยั่งยืน ไม่ว่าจะดีใจหรือเศร้าโศกฟูมฟายแค่ไหน ไม่ช้าอารมณ์นั้นจะจบ และผ่านไป แต่สิ่งที่ยังอยู่กับตัวเราก็คือปัจจุบัน เมื่อวันใดวันหนึ่งที่เราเจอเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น ต่อให้ร้ายแรงแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่ายังมี นั่นคือ “ศรัทธา” และ “ความรัก ”

30.Hero โดย ชมรมนิยมหนังอินดี้

Hero

ส่วนประกอบของภาพยนตร์ประเด็นนี้ซึ่งถูกโจษขานมากที่สุดคือ การใช้โทนสี ไม่เหมือนกันไปแต่ละช่วง เพื่อสะท้อนถึงห้วงอารมณ์ของตัวหนังโดยภาพรวมแล้วก็หัวข้อที่แอบแฝงไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่สะท้อนสะเทือนจิตใจมากที่สุด กลายเป็นแก่นของภาพยนตร์ที่เอ๋ยถึงเรื่อง ‘วีรบุรุษ’ หนังตั้งคำถามว่า วีรบุรุษที่แท้นั้นเป็นเยี่ยงไร? ผู้แสดงตัวใดบ้างสามารถนิยามว่าเป็นวีรบุรุษ? วีรบุรุษหรูหราขั้นมั้ย? วีรบุรุษจำต้องเสียสละถึงระดับไหน? จนถึงชีวิตของตนเอง? วีรบุรุษนั้นมีความน่าจะเป็นไปได้? มนุษย์สามารถเสียสละส่วนตนเพื่อส่วนกลางได้จริงหรือ? ความยิ่งใหญ่ของชนชาติหนึ่งๆจำเป็นต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของวีรบุรุษจำนวนนับไม่ถ้วนเสมอ?

31.Juno โดย โรงภาพยนตร์ที่ 3 ที่นั่ง E12

Juno

ตอนที่การตั้งครรภ์มันคือการเกิดของชีวิต แม้กระนั้นในเวลาเดียวกันถ้าหากว่ามันมาเวลาที่ไม่เหมาะสมมันก็บางครั้งก็อาจจะหมายถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตใครบางคนเหมือนกัน แล้วก็ถ้าเหตุการณ์นี่มันดันเกิดขึ้นกับตัวเราเวลาที่ไม่พร้อมล่ะเราจะทำยังไง?

JUNO คือหนึ่งในหนังที่เสนอเอาหัวข้อประเด็นการท้องในวัยศึกษามาเล่าได้โดดเด่นเกินหน้าเกินตาหนังแนวเดียวกันไปมาก คือหากแม้ด้วยหน้าหนังมันจะถูกเห็นว่ามุ่งเน้นไปที่ปัญหาเซ็กซ์ในวัยศึกษาแม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้ว JUNO มันคือหนัง Coming of Age ที่แอบแฝงนัยมาได้อย่างแนบเนียนแล้วก็เลอค่าสมรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยียมออสการ์ปีนั้นจริงๆ

เค้าว่ากันว่าวัยรุ่นคือวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ บางบุคคลบางครั้งก็อาจจะถึงจุดเลี้ยวเร็วหรือช้าแตกต่างกัน แม้กระนั้นเมื่อวันหนึ่งจุดเลี้ยวนั้นดันถูกผลักดันให้เข้ามาหาเราเร็วขึ้นด้วยเด็กทารกตัวน้อยๆสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือเราจะแปลงสถานะจากเด็กไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ในชั่วอึดใจเดียว

สิ่งที่ JUNO ทำเพื่อจัดการกับการควรจะเป็นผู้ใหญ่ก็คือคุณพากเพียรจะเป็นผู้ใหญ่จริงๆให้ได้ จากการแสดงออกที่มองเห็นเด่นไม่ว่าจะเป็นการพูดการจา การตัดสินใจจะขจัดปัญหาด้วยตนเอง อาการมั่นใจ ไม่ยี่หระต่อปัญหาเบื้องหน้า จนถึงบ่อยคุณก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ไปแล้วจริงๆ

แม้กระนั้นตอนที่ท้องของคุณโตขึ้นเรื่อยคุณกลับทำให้พบว่าในความเป็นผู้ใหญ่ที่คุณพากเพียรจะเป็นให้ได้นั้นมันช่างสลับซับซ้อนแล้วก็เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความรักที่ “เพราะเหตุไรมนุษย์เราถึงรักกันแล้วก็อยู่ร่วมกันตลอดกาลไม่ได้” อย่างคนที่ครอบครองคู่กันในแบบที่คุณนึกฝันไว้มาตลอด แล้วก็ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ท้องมันก็ทำให้ JUNO ใส่ใจได้สุดท้ายว่าการฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่มันช่างไม่เข้าท่า สู้ปล่อยให้มันเป็นไป ค่อยๆศึกษาผ่านประสบการณ์แล้วก็กระทั่งจะถึงวันที่คุณ “โตแล้ว” จริงๆคุณก็คงจะทราบเองในวันนั้นว่าคำตอบของความเชื่อมโยงสลับซับซ้อนที่คุณตามหาน่ะมันเป็นยังไงกันแน่

32.Face/Off โดย Filmsoon.com

Face Off

หนังแอคชั่น-ตื่นเต้นว่าด้วยเรื่องราวการหักเหลี่ยมเชือดคมระหว่างนายตำรวจมือพระรอยดำ ฌอร์น อาร์เชอร์(จอห์น ทราโอ้อวดลต้า)แล้วก็เจ้าพ่อมาเฟียโรคจิต แคสเตอร์ ทรอย(นิโคลัส เคจ) เป็นเวลานานที่ฌอร์นตามล่าตัวแคสเตอร์ ด้วยด้วยเหตุว่าเจ้านี่คืออาชญากรตัวเอ้แล้วก็ยังเป็นคนลอบสังหารลูกชายของเขา

จากเหตุผลทั้งเรื่องหน้าที่แล้วก็เรื่องส่วนตัวนี่เองทำให้การไล่ล่ากันครั้งล่าสุดฌอร์นวางกำลังล้อมจับแคสเตอร์ได้ได้ผลเสร็จแล้วก็จบลงที่แคสเตอร์นอนรุนแรง แม้กระนั้นคดียังปิดไม่ได้เนื่องด้วยยังมีเหตุบางประการ ฌอร์นแล้วก็เพื่อนตำรวจไม่กี่คนจึงวางแผนณ์ล้วงความลับของแคสเตอร์ด้วยการสับเปลี่ยนใบหน้าของแคสเตอร์มาใส่ใบหน้าาของเขา ในระหว่างนั้นเองแคสเตอร์กลับฟื้นขึ้นมาแล้วก็ซ้อนแผนด้วยการเอาใบหน้าของฌอร์นมาใส่ให้ตัวเองบ้าง เมื่อชีวิตโดนลักขโมยทำให้ฌอร์นในสภาพของแคสเตอร์ต้องหาทางทวงคืนชีวิตของตนเองแล้วก็ตามไล่ล่าแคสเตอร์ตัวจริงที่กำลังครึกครื้นกับการสวมรอยเป็นเขาอยู่ในเวลานี้

ด้วยเค้าเรื่องที่ผูกเรื่องราวได้น่าติดตามแล้วก็หัวข้อดราม่าของผู้แสดงที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเข้มข้นผ่านการแสดงของเคสแล้วก็ทราโอ้อวดลต้า ทั้ง 2 สามารถถ่ายทอดลักษณะท่าทางผู้แสดงของตนเองแล้วก็สลับกันเป็นอีกข้างได้อย่างน่าทึ่ง เคสได้เล่นเป็นไอ้โรคจิตก็จิตแตกแบบสุดๆแม้กระนั้นพอมาเป็นคนดีดีแล้วจนถึงน่าสงสาร ส่วนทราโอ้อวดลต้าก็ดูเป็นคนดีอยู่แล้ว พอสลับเป็นตัวร้ายก็ร้ายลำพองใจ อีกทั้งฉากแอคชั่นในเรื่องก็ทำออกมาได้ดิบได้ดีมากและไม่ได้แออัดยัดเยียดการสาดกระสุนมากเกินความจำเป็นจนถึงดูเฟ้อ แม้กระนั้นเราจะได้มองเห็นการออกแบบคิวบู๊แล้วก็อาการการเคลื่อนไหวของผู้แสดงที่ดูมีศิลป์แล้วก็รับรู้ได้ว่ามันผ่านการคิดมาแล้ว จากส่วนประกอบทั้งหมดทั้งปวงที่ว่ามาทำให้คนชอบดูหนังแอคชั่นกี่รุ่นต่อกี่รุ่นก็ไม่ควรที่จะพลาดดูหนังประเด็นนี้ด้วยประการทั้งปวง

33.The Insider โดย โรงภาพยนตร์ที่ 3 ที่นั่ง E12

The Insider

อยากที่จะให้คุณลองนึกดูตาม มันจะเป็นยังไงถ้าคนเดินดินคนนึงหาญกล้าจะลุกขึ้นยืนมาต่อสู้กับความไม่ถูกต้องโดยยอมเอาชีวิตที่เหลือของตนเองเป็นเดิมพัน ในความเป็นจริงแล้วศัตรูที่เขาจำเป็นจะต้องเผชิญด้วยนั้นมันเป็นอะไรที่ว่ากันตามตรงแล้วไม่อาจจะไปประมืออะไรด้วยได้เลย… มันเป็นศึกที่แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันคิดจะสู้ เนื่องด้วยศัตรูเป็นถึงบริษัทขายยาสูบยักษ์ใหญ่หนึ่งในสามของประเทศที่มีอำนาจมืดล้นมือแถมยังพ่วงมาด้วยกำลังเงินซึ่งสามารถควบคุมสื่อระดับบิ๊กของสหรัฐได้อีกต่างหาก ชีวิตของชายธรรมดาคนนี้มันช่างมืดมนเป็นบ้า แม้กระนั้นฟังดูแล้วมันก็น่าค้นหาเหลือเกินว่าที่สุดแล้วศึกคราวนี้มันจะไปจบลงยังไง?

The Insider อีกหนึ่งผลงานขึ้นหิ้งของผกก.ที่ทำหนังได้ “โคตรเท่ห์” Michael Mann ประเด็นนี้ผลิตจากข้อเท็จจริงของ ดร.เจฟฟรีย์ ไวด์แกน(Russell Crowe) อดีตกาลหัวหน้าศูนย์วิจัยบริษัทขายยาสูบ B&W แล้วก็เป็นนักเคมีศาสตร์ตัวท๊อปของแวดวงคนนึง

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่งไวด์แกนโดนไล่ออกพร้อมจับเซ็นสัญญาห้ามเผยความลับบริษัท แม้กระนั้นความลับนั้นมันยังคงค้างอยู่ในความรุ้สึกไม่ถูกชอบชั่วดีของเขา ด้วยเหตุว่าความลับนั้นมันเป็นความลับที่มีผลรุนแรงมากมายก่ายกองต่อร่างกายพสกนิกรสหรัฐ ตอนนั้นเองไวด์แกนก็ได้พบกับโปรดิวเซอร์รายการทีวีโชว์ “60 minute” โลเวน เบิร์กแมน(Al Pacino) ที่สมัครใจจะช่วยไวด์แกนเผยความลับดำสนิทอันสะอิดสะเอียนนี้ให้พสกนิกรได้รับทราบผ่านรายการของเขา แม้กระนั้นเมื่อไวด์แกนตัดสินใจเปิดเผยความลับ วิบากกรรมของเขาก็เริ่มต้นขึ้น เขาโดนข่มขู่ฆ่าทั้งครอบครัวจนถึงตลอดตัวเขาแล้วก็ลูกภรรยาเกือบจะสติแตก โดนหมายศาลข้อหาไม่ทำตามสัญญาห้ามเผยความลับ โดนป้ายสีจากสื่อที่บริษัทยักษ์ใหญ่ควบคุมอยู่ แถมรายการ “60 Minute” เทปที่เขาไปออกก็โดนอำนาจลึกลับสั่งแบนเอาซนๆเสียอีก

ในฐานะของพ่อ

ในฐานะของสามี

ในฐานะของพสกนิกรสหรัฐ

ในฐานะของคนดี

ไวด์แกนน่าจะทำเช่นไร แล้วก็เรื่องราวมันจะไปจบลงที่ไหน เชิญชวนหามาพิสูจน์กันได้เลยครับ รับประกันความโก้ห์ ความดิบ ความดุ ความแมน แล้วก็ความดราม่าตับแตก โดย Michael Mann (สมัยยังพีคๆ)ครับ

34.The Ring โดย Cinema Paradiso by Golffy

The Ring

จากนวนิยายสุดน่ากลัวที่ประสมประสานเรื่องผีๆกับวิทยาศาสตร์ได้อย่างน่าทึ่งของซูซุกิ โคจิ สู่การเป็นมินิซีรีส์ได้รับความนิยมทางทีวี แล้วก็ภาพยนตร์เขย่าขวัญระดับตำนานของประเทศญี่ปุ่น จนถึงมาถึงมือฮอลลีวู้ดเอามารีเมค โดยผู้กำกับ กอว์ เวอร์บินสกี้ เรื่องราวหลอนของคำแช่งที่บันทึกลงสู่ม้วนวีดีโอ ความแค้น ความรังเกียจโลกมนุษย์

ซึ่งหากใครได้ดูสิ่งที่ปรากฏในวีดีโอม้วนนั้นต้องมีอันเป็นไปภายในเจ็ดวัน กับเอกลักษณ์ผีสาวผมยาวคลานออกจากทีวี การตีความหมายใหม่คราวนี้ ให้ผลลัพธ์เยี่ยมที่สุด แม้จะหลอนน้อยกว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับ แม้กระนั้นก็มีภาพรวมที่เป็นความหรรษา พอดี ดูง่าย แล้วก็คล้ายคลึงกับตัวนวนิยายมากยิ่งกว่า ความโดดเด่นของเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดอยู่ที่พลังดาราของนางเอกทุ่งนาโอมิ วัตต์ส รวมไปถึงงานโปรดักชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมภาพ แล้วก็วิธีพิเศษ ซึ่งทำได้อย่างสวยงาม สมจริง เมื่อรวมกับบทภาพยนตร์ที่แปลงจากเรื่องราวรู้จักให้สากลเพิ่มมากขึ้น ทำให้ The Ring ฉบับฮอลลีวู้ด น่าจะเป็นหนึ่งในงานรีเมคหนังสยองขวัญเอเชียที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยมีมา

35.เสียดาย โดย STW Movie Style : Thailand

เสียดาย

ถ้าเรานึกถึงภาพยนตร์ไทยที่กล้าพูดเรื่องยาเสพติด แล้วก็ปัญหาด้านครอบครัวก็คงมีอยู่ปริมาณหนึ่ง แม้กระนั้นภาพยนตร์ไทยที่โดดเด่นแล้วก็เอ๋ยถึงเพศหญิงกับเรื่องยาเสพติดเราจะพบว่ามันถูกจำกัดปริมาณลงเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่เราไม่มีทางไม่นึกถึงเลยคือเรื่อง ‘เสียดาย’ ผลงานโชว์ความเป็นศิลปิน แล้วก็นักทำหนังของ ‘ม.จ. ชาตรี เฉลิมยุคล’ ในสมัยที่เรียกว่าช่วงของหนังประสิทธิภาพของผู้กำกับท่านนี้ หนังซื่อสัตย์สุจริต กระจ่างแจ้ง แล้วก็ขวานผ่าซากสำหรับการนำเสนอภาพของหญิงวัยศึกษาที่ติดยาเสพย์ติด แล้วก็มีทางเดินชีวิตที่ไม่สวยหรูเท่าไรนัก ไม่เพียงเท่านั้นหนังเองยังมีความเป็นสารคดีด้วยการเอาบุคคลมานั่งเล่าข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

โน่นทำให้หนังมีความเชื่อมโยงระหว่างข้อเท็จจริง แล้วก็เรื่องแต่งเป็นอย่างมากทีเดียว ซึ่งมันทำให้ผู้ชมเองสามารถเข้ามามีส่วนสำหรับการมอง แล้วก็วิพากษ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวที่แม้แต่ผู้แสดงเองก็ไม่มีทางทราบ มันจึงมีสถานะที่เป็นทั้งคนเล่าเรื่องเหตุการณ์ แล้วก็เป็นผู้สร้างความมีส่วนร่วมของผู้ชมสำหรับการใคร่ครวญแล้วก็วินิจฉัยสิ่งที่เกิดขึ้น ในตอนท้ายแล้วขอบอกเลยว่าไม่มีภาพยนตร์ไทยเยอะแยะนักหรอกที่กล้าทำแบบหนังประเด็นนี้

35 หนังดีที่คู่ควรแก่การรับชม